พ่อรู้รึเปล่าว่า อะไรทำให้หนูมีความสุข?


หลังๆ มานี่ นอกจากผมจะได้ยินคนในยุคเดียวกับผม (Gen X) ที่ประสานเสียงถามหางานที่สามารถให้ Work-life Balance ได้ กลับเป็นว่าเด็กจบใหม่ หรือคนที่เพิ่งเริ่มทำงานได้ไม่นาน (Gen Y) ต่างก็มีความคิดที่ไม่ผิดเพี้ยนไปจากกัน คือ ต่างก็โหยหาคำว่า Work-life Balance ประหนึ่งเป็นสิ่งที่หาได้ยากในยุคที่ทุกอย่าง Smart ไปหมด

สมัย ผมทำงานใหม่ๆ(10กว่าปีที่แล้ว) ตอนนั้นก็ไม่ขี้เหร่นะครับ มี Notebook (ขนาดไม่เหมาะแก่การพกพา) แจกให้พนักงานแล้ว แต่ก็ใช้ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่า การส่ง Order ลูกค้าเข้าบริษัท และเปิดดู Report ยอดขายประจำวัน ผ่านการต่อ Internet ความเร็วต่ำผ่านสายโทรศัพท์ในโรงแรม ไม่มีหรอกครับร้านกาฟงกาแฟ wifiนี่ยังไม่เกิดครับ

สมัยนี้ โทรศัพท์มือถือเครื่องเล็กๆ สามารถทำได้ทุกอย่าง ทำได้ทุกที่ ทุกเวลา แต่ทำไม…..งานถึงไม่น้อยลง แต่กลับมีมากขึ้น แถมมีตลอดเวลา กลับกลายเป็นว่ายุคนี้โทรศัพท์มือถือเครื่องเล็กๆ เป็นตัวกำหนดให้เราต้องทำงานทุกงานให้ได้ทุกที่ ตลอดเวลา ในปริมาณงานที่มหาศาล แบบที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน

ผมคงไม่กล้าเถียงว่า Technology มีส่วนทำให้ Work-life Balance แย่ลง แต่ก็ไม่ถึงกับเห็นด้วยสะทีเดียว ส่วนตัวผมก็ยังเชื่ออยู่อย่างหนึ่งว่า

คนที่มีส่วนรับผิดชอบเรื่อง Work-life Balance มากที่สุด คือ ตัวคุณเอง

จงมองตัวเองก่อน ก่อนที่จะโบ้ย(โยน)ความผิดให้กับคนอื่น หรือสิ่งอื่นๆ

ถ้านึกไม่ออกผมขอยกตัวอย่างเรื่องจริงสักหนึ่งเรื่องของผู้บริษัทระดับสูงท่านหนึ่ง


ระหว่าง ที่ผมสนทนา กับเจ้านาย(เก่า)ที่ผมเคารพมากท่านนึง เรื่องสัพเพเหระ ตามภาษาคนที่ไม่ได้ update กันนาน และแน่นอนพอคุยกับเรื่อง Work-life Balance นายเก่าผมจึงเล่าเรื่องจริงเรื่องนี้ให้ฟังว่า เขาได้มีโอกาสรู้จักผู้บริหารระดับสูงท่านหนึ่ง ท่านเป็นคนเก่งมาก ไฟแรง ทำอะไรรวดเร็ว กระฉับกระเฉง และที่น่าชื่นชมคือเป็นคนรักครอบครัวมาก

ด้วย ความที่เขาต้องเดินทางบ่อย ทุกครั้งที่เขามีเวลาว่างตรงกับวันหยุดของลูก เขาก็มักจะหากิจกรรมทำร่วมกัน และมีอยู่วันหนึ่ง เขาชวนลูกไปเดินเล่นกันสองคน ด้วยความเคยชินที่ทำอะไรว่องไว เขาเผลอเดินด้วยสปีดปกติ ทำให้เดินเลยลูกตัวเอง และทิ้งห่างลูกเขาไว้ข้างหลังโดยไม่รู้ตัว ทันทีที่นึกได้ว่าลูกหายไป ก็รีบเดินย้อนกลับมาหาลูกด้วยอารมณ์หงุดหงิด และเริ่มคุยกับลูกว่า

พ่อ : ลูกรู้มั๊ยว่าพ่อน่ะทำงานหนักมากขนาดไหน และทุกวันนี้ที่ทำนี่ก็เพื่อให้ลูกมีความสุขทั้งนั้น

ลูก : แล้วพ่อรู้รึเปล่าว่า อะไรทำให้หนูมีความสุข?

พ่อ : (อารมณ์หงุดหงิดยังไม่หาย) มีอะไรว่ามา!

ลูก : สิ่งที่ทำให้หนูมีความสุขไม่ใช่สิ่งที่พ่อทำให้หนูหรอกนะ แต่เป็นช่วงเวลาที่หนูได้ทำอะไรพร้อมๆกับพ่อต่างหาก

พ่อ : (สตั๊นท์ไป 3 วิ, พร้อมความรู้สึกเจ็บจี๊ดดดดดด)

ผู้ใหญ่อย่างเรา หลายครั้งคิดอะไรแบบตรงๆ ง่ายๆไม่ได้ หรือจะเรียกว่าไม่ชอบทางลัดทางตรงก็ได้ ชอบอ้อมไปอ้อมมา

ใน ขณะที่เด็กๆ ไม่ได้คิดอะไรมากขนาดนั้น พวกเขาขอแค่ใช้เวลาอยู่ด้วยกันแค่นั้นก็พอ จะด้วยวิธีการง่ายๆ หรือจะด้วยวิธีการแบบผู้ใหญ่ที่สลับซับซ้อนก็คงไม่ใช่สิ่งที่เด็กให้ความ สำคัญ


คุณล่ะครับ ทำงานกันเป็นบ้าเป็นหลัง เสีย Work-life Balance คุณโทษอะไร หรือโทษใครอยู่?

ผม ไม่ได้บอกว่าปัจจัยภายนอกไม่มีส่วนอะไรกับเรื่องนี้นะครับ ทุกปัจจัยมีความผลกระทบหมดครับ แต่สิ่งเดียวที่เราควบคุมได้คือปัจจัยภายใน หรือตัวเรานี่ล่ะครับ

 

ที่มา SalaryDIY.com

 



Supercamp


SuperCamp is the #1 summer camp for leadership, motivation & confidence


Join us!! Jul 1 – 7, 2016 – Click lifeskillsasia.com/supercamp


Life Skills Asia – Learn for Life

Tel : 098-826-1101

email : lifeskillscenter.lsc@gmail.com
FB : www.facebook.com/LifeSkillsAsia
Line@ : @lifeskillsasia.com
web : www.lifeskillsasia.com


Click this link to add Line @LifeSkillsAsia
http://line.me/ti/p/%40pvl4706b

(Visited 85 times, 1 visits today)

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *