อยากเห็นลูกโตเป็นผู้นำ ไม่ได้เลี้ยงแบบที่คุณคิด


สิ่งที่สำคัญที่สุดที่คุณสามารถทำได้ เพื่อสร้างภาวะผู้นำให้เกิดในตัวลูกของคุณ อาจจะไม่เหมือนกับสิ่งที่คุณคิดไว้

 

หากคุณอยากจะกระตุ้นให้ลูกนั้นรู้สึกสบายใจและมั่นคงพอที่จะสามารถเป็นเติบโตเป็นผู้นำ แทนที่จะเป็นผู้ตาม คุณควรทำอย่างไร?

สิ่งแรกที่แว่บขึ้นมาในใจของคุณคงจะเป็นการพาลูกไปเข้าค่ายลูกเสือ แข่งกีฬา หรืออะไรก็ตามที่ทำให้ลูกได้มีประสบการณ์ในการนำคนอื่นใช่มั้ย? หรือบางครั้งคุณอาจจะอยากลองปล่อยให้ลูกคุณได้มีอิสระบ้าง ให้ลูกได้ลองผิดลองถูกด้วยตัวเอง ถึงแม้เขาจะล้มเหลวก็ตาม เพื่อที่ลูกจะได้เรียนรู้การพึ่งพาตนเองและการแก้ปัญหา โดยมีคุณคอยแนะนำอยู่ห่างๆ

วิธีการเหล่านี้ต่างก็มีข้อดี แต่อาจจะเหมาะสมกับคนแต่ละบุคคล ในแต่ละช่วงวัย ทั้งนี้อ้างอิงจากบทความ  a fascinating recent DealBook โดย Tony Schwartz จาก New York Times สิ่งที่พ่อแม่จะสามารถทำได้เมื่อลูกอายุยังน้อย เพื่อเพิ่มภาวะผู้นำนั้นอยู่ในพื้นฐานความเป็นพ่อแม่ ซึ่งง่ายแต่สำคัญกว่าสิ่งทั้งหมดที่กล่าวข้างต้น

 

กอด ไม่ใช่ กดดัน

มีข้อถกเถียงที่สำคัญจากบทความที่อ้างอิงก่อนหน้านี้ ถึงเรื่องการเปลี่ยนแปลงกฎหมายการลาคลอด (ลาโดยไม่ได้รับค่าจ้าง) หากถามว่าการลาคลอดเพื่อเลี้ยงลูกนั้นสำคัญต่อภาวะความเป็นผู้นำของเด็กมากเพียงไร? ต้องตอบว่ามากๆ

สิ่งที่ทำให้เด็กเข็มแข็งมากพอที่จะทำตามความฝันภายใน ไม่ได้มาจากการที่เขาเป็นกัปตันทีมฟุตบอลหรืออะไรทำนองนั้น นักวิทยาศาสตร์ชี้ว่า สิ่งสำคัญคือการได้รับความอบอุ่น และเวลาคุณภาพร่วมกันจากครอบครัวในวัยเด็ก ซึ่งหมายความถึงการสร้างภาวะผู้นำให้เกิดขึ้นในตัวเด็ก เราต้องใช้การ กอด ที่มากขึ้น ไม่ใช่การ กดดัน

มันเป็นเรื่องของความรู้สึกมั่นคง อ้างอิงจากงานวิจัยมากมาย เช่น งานวิจัยของ John Bowlby และ Mary Ainsworth เรารู้ความลับของการใส่ใจและการให้ความรัก ยิ่งเด็กได้รับความรัก ความสบายใจ การสนับสนุน และความอบอุ่นจากพ่อแม่มากเท่าไหร่ในวัยเด็ก เด็กก็จะมีแนวโน้มที่จะเติบโตอย่างมั่นคง สุขภาพจิตดี และมีชีวิตที่ดีมากขึ้นเท่านั้น

แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า แม่ต้องอยู่บ้านตลอดเวลาเพื่อเลี้ยงลูกให้มีคุณภาพ แต่หมายความว่ากฏหมายควรจะต้องสนับสนุนให้ทั้งครอบครัวมีโอกาสได้สร้างความสัมพันธ์ที่ดีได้อย่างยืดหยุ่นมากขึ้น

งานวิจัยพบว่า พ่อแม่ที่สามารถลางานมาเลี้ยงลูกโดยที่ยังได้รับค่าจ้าง มีแนวโน้มที่จะมีความสัมพันธ์ในครอบครัวที่ดีกว่า ในทางกลับกัน พ่อที่ไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่ได้รับการส่งเสริมให้ลางานเพื่อมาเลี้ยงลูก มีแนวโน้มที่จะมีความสัมพันธ์ที่ได้ไม่ดีในระยะแรก ทำให้มีโอกาสเป็นพ่อที่ดีน้อยลง(เมื่อเทียบกับกลุ่มแรก) มีแนวโน้มจะขาดความใส่ใจ ความเข้าอกเข้าใจ ความเห็นอกเห็นใจ และความสัมพันธ์ทางอารมณ์ ทำให้ลดโอกาสที่จะสร้างภาวะความเป็นผู้นำในโลกปัจจุบันไป

Schwartz ยังกล่าวอีกว่า เราจะเป็นต้องมีกฏหมายเรื่องการลาเลี้ยงบุตร(โดยยังได้รับค่าจ้าง) แต่อย่างไรก็ตามเราก็ยังไม่สามารถทำอะไรได้มากนักเนื่องจากนักการเมืองเป็นผู้ออกกฏหมาย แต่เจ้าของธุรกิจทั้งหลายก็ยังสามารถทำอะไรได้อีกมากเพื่อช่วยให้เรื่องนี้ดีขึ้นได้

 

จากบทความนี้เราคงเห็นว่า ความมั่นคง การใช้เวลาร่วมกัน และการให้ความรัก ไม่ได้เป็นเพียงแค่วิธีการที่ดีเยี่ยมในการทำให้ลูกของคุณมีความสุข แต่ในระยะยาว ยังทำให้ลูกของคุณมีภาวะความเป็นผู้นำและเป็นตัวของตัวเองมากขึ้นเช่นกัน ฉะนั้น เรามากอดกันเถอะ

 

ขอบคุณข้อมูลดีๆมีประโยชน์จาก inc.com

แปลจากบทความ http://www.inc.com/jessica-stillman/how-to-raise-your-kids-to-be-leaders.html

 



Supercamp


SuperCamp is the #1 summer camp for leadership, motivation & confidence


Join us!! July 1 – 7, 2016 – Click lifeskillsasia.com/supercamp


Life Skills Asia – Learn for Life

Tel : 098-826-1101

email : lifeskillscenter.lsc@gmail.com
FB : www.facebook.com/LifeSkillsAsia
Line@ : @lifeskillsasia.com
web : www.lifeskillsasia.com


Click this link to add Line @LifeSkillsAsia
http://line.me/ti/p/%40pvl4706b

(Visited 210 times, 1 visits today)

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *