พ่อแม่ต้องถามตัวเองด้วย 7 คำถามนี้ทุกวัน ถ้าอยากเห็นลูกประสบความสำเร็จ


หลายคนน่าจะเคยอยู่ในโมเม้นต์ที่ การเห็นลูกประสบความสำเร็จ แล้วเราดีใจกว่าที่เราประสบความสำเร็จเอง และนี่คือสิ่งที่เราอยากจะแนะนำให้ทำ

 

หากเราอยากประสบความสำเร็จด้วยตัวเราเอง เราพอจะนึกออกว่าต้องทำอะไรบ้าง แต่ครั้งพอเราต่างมีลูก คิดแล้วก็แปลก เพราะเราหันเหความสนใจส่วนตัวของเราทั้งหมดไปยังลูกของเรา ว่าลูกเราจะใช้ชีวิตอย่างไร เขาจะมีความสุข หรือประสบความสำเร็จหรือไม่

 

ดร. ลีโอนาร์ด แซกส์ กุมารแพทย์ชื่อดัง ได้เขียนในหนังสือเล่มใหม่ของเขาที่ชื่อว่า Collapse of Parenting มีตอนหนึ่งกล่าวไว้ว่า พ่อแม่ผู้ปกครองต้องทำสิ่งเหล่านี้ทุกวัน เพื่อให้มั่นใจว่าเด็กจะประสบความสำเร็จ (ผู้เขียนได้ใส่เพิ่มอีก 2 ข้อ) กับ 7 คำถามที่คุณ (ในฐานะพ่อแม่ผู้ปกครอง) ต้องถามตัวเองทุกวัน ได้แก่

 

1. ลูกรู้หรือไม่ว่า เรารักพวกเขา?

ความรักเป็นต้นเรื่องของทุกอย่าง และนี่คือสิ่งที่ทำให้เราคิดถึงลูกมากกว่าตัวเราเอง แต่ไม่ใช่แค่การบอกกับลูกไปตรงๆ (ซึ่งจริงๆ ก็เป็นเรื่องที่ดี) แต่คงไม่ถึงขนาดบอกรักพร่ำเพรื่อ แต่ให้เน้นความจริงใจแทน

ให้คุณนึกแบบนี้ว่า ถ้าถามลูกคุณตอนเขาอายุ 20 หรือ 30 หรือ 40 หรือมากกว่านั้น เขายังคงจำได้หรือไม่ว่า ทุกสิ่งที่คุณได้ทำให้เขา คุณได้ทำมันด้วยความปรารถนาดีแบบเสมอต้นเสมอปลาย

 

2. นี่เราทำตัวเหมือนพ่อคน แม่คนรึเปล่า?

คุณเลี้ยงลูกแบบผู้ใหญ่ เพราะอยากเห็นเขาทำตัวเป็นผู้ใหญ่ แต่ถึงอย่างไร เด็กก็คงยังเป็นเด็ก

มีพ่อแม่ผู้ปกครองจำนวนไม่น้อยที่พยายามให้เด็กตัดสินใจอะไรด้วยตัวเอง โดยอาจคิดว่าเป็นการเคารพในการตัดสินใจของเด็ก แม้การตัดสินใจบางเรื่องต้องใช้ความเป็นผู้ใหญ่ในการตัดสินก็ตาม

ดร.แซกส์กล่าวว่า “นี่ไม่ใช่เรื่องของการมอบอำนาจทำการแทน” เช่น การที่พ่อแม่ ให้ลูกอายุ 8 ขวบ ตัดสินใจเลือกโรงเรียนที่เขาต้องการ “ผมเห็นมาหลายแล้วกรณีแล้ว ที่พ่อแม่รู้ทั้งรู้ ว่าเด็กนั้นกำลังตัดสินใจพลาด แต่ละเลยจนไม่สามารถเข้าไปยุ่งอะไรได้ และสุดท้ายคนที่รับผลกรรมนั้นก็คือตัวเด็กเอง”

 

3. เราสามารถจัดการดูแลเทคโนโลยีของเด็กได้หรือไม่?

เราหวังว่าเด็กจะได้เรียนรู้ถึงการเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส แต่ด้วยความเป็นเด็ก พวกเขามีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนโอกาสให้เป็นวิกฤตมากกว่า ยิ่งในยุคที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปมากพร้อมกับการมาของกับดักทางเทคโนโลยีสมัยใหม่ เราไม่ได้พูดถึงแค่เรื่องที่เด็กจะเห็นภาพที่ไม่เหมาะสมใน internet แต่เรากำลังหมายรวมถึงการที่เด็กกลายเป็นเด็กติดจอ แบบเดียวกับผู้ใหญ่หลายๆ คน

“คุณอาจจะเคยได้ยินเรื่องของเด็กอายุ 10, 12, 14, 16 ปี ที่เล่นมือถือบนเตียงนอนจนถึงตีสอง” ดร.แซกส์ กล่าวต่อว่า “ไม่ควรมีการอนุญาตให้เด็กใช้โทรศัพท์บนเตียงนอนตามลำพัง และนี่ไม่ใช่แค่ความเห็นของผมเท่านั้น เพราะมีการสอนกุมารแพทย์ (ในอเมริกา) อย่างเป็นทางการแล้ว และคุณจะแปลกใจยิ่งกว่าหากคุณรู้ว่า มีพ่อแม่จำนวนมากที่ไม่สามารถจัดการเรื่องนี้กับลูกๆ ได้เลย พวกเขารู้สึกว่า เขาไม่มีอำนาจที่จะสั่งเด็กได้ไม่ว่าจะในเรื่องใดก็ตาม

 

4. เราใส่ใจลูกอย่างเต็มที่หรือไม่?

เราต่างก็มีภาระหน้าที่ ดูได้จากการที่คุณนั่งอ่านบทความนี้อยู่ในสถานที่ต่างกันออกไป บอกได้ว่าคุณกำลังต้องการจะเปลี่ยนแปลงโลก หรืออย่างน้อยก็ปรับเปลี่ยนอะไรสักอย่าง แต่ก็มีหลายครั้งที่คุณต้องทิ้งความฝันของคุณไว้ข้างทางก่อน เพื่อให้เวลากับลูกที่ต้องการคุณอยู่บ่อยๆ

กฎข้อแรกของ ดร.แซกส์ คือ จงใช้เวลาทานอาหารเย็นอยู่กับลูกทุกๆ วัน

“การให้เวลากับครอบครัวเหนือสิ่งอื่นใด เป็นการสื่อให้ลูกเข้าใจคำว่า “ครอบครัวต้องมาก่อน” เด็กหลายคนไม่เข้าใจถึงสิ่งนี้ เพราะมัวแต่ใช้ช่วงเวลาในวัยเด็ก (ที่มีแค่15ปี) ไปตามที่ต่างๆ เพื่อเรียนหรือทำกิจกรรมต่างๆ ซึ่งนั่นเป็นเรื่องไร้สาระสำหรับผม” ดร.แซกส์กล่าว

 

5. เราชื่นชมเด็ก ในสิ่งที่สมควรถูกชื่นชมหรือไม่?

ผมอดภูมิใจไม่ได้ เมื่อนั่งดูลูกสาวควานหาจุกนมของเธอในเปลของเธอ และนำมันกลับใส่ปากของเธอด้วยตัวเอง อาจจะดูเป็นสิ่งเล็กน้อยเกินกว่าที่ภูมิใจ – ประเด็นคือ ไม่ว่าจะอย่างไรพ่อแม่ต้องสนับสนุนลูกตลอดเวลา – เพียงแต่ให้เลือกชื่นชมต่อหน้าเขาเฉพาะสิ่งที่สมควรถูกชื่นชม

“สิ่งแรกที่ควรสอนแก่เด็กคือความอ่อนน้อมถ่อมตน” ดร.แซกส์กล่าวว่า เนื่องจากเด็กจำนวนมากได้ “ถูกปลูกฝังความเชื่อที่ว่าตัวเองนั้นสุดยอด จนกลายเป็นการสร้างความภูมิใจที่มากเกินจริง จนเกิดอาการหลงตัวเอง”

 

6. แสดงให้เห็นว่า เรารู้คุณค่าที่ถูกต้องของเงินหรือไม่?

เงินนั้นเป็นสิ่งสำคัญ เพราะสามารถช่วยเพิ่มทางเลือก การไม่มีเงินคือการปิดโอกาสแบบกลายๆ แล้วเงินสำคัญที่สุดในชีวิตหรือไม่? (ถ้าคุณไปถามคนที่ประสบความสำเร็จระดับโลก พวกเขาจะตอบว่าไม่ใช่)

“สอนความหมายที่แท้จริงของชีวิต ที่ไม่ใช่จบแค่เพียงการหางานดีๆ หรือแค่ประสบความสำเร็จ แต่มันเกี่ยวกับคุณค่าของการเกิดเป็นมนุษย์ ที่คุณต้องตอบได้ว่าคุณเกิดมาเพื่อสร้างประโยชน์ให้ใครบ้าง” ดร.แซกส์กล่าว

 

7. เรายอมให้เขาเป็นเด็กจริงๆ หรือไม่?

เด็กก็ยังเป็นเด็กวันยันค่ำ พวกเขาต้องได้รับโอกาสให้เล่น เติบโต และพัฒนาในแบบของเด็ก พวกเขาไม่ให้ความสนใจอะไรกับคำว่าประสบความสำเร็จ และพวกเขาก็ไม่เคยกระเสือกกระสนไขว่คว้าหาความสุข (แบบเดียวกับผู้ใหญ่)

มีคำกล่าวของ Thomas Jefferson ที่ฟังดูเป็นสมเหตุสมผลว่า “พกวเราเป็นทหาร ลูกๆ ของเราอาจจะเป็นเกษตรกร หลานๆ ของเราอาจจะเป็นจิตรกร”

คุณคงไม่อยากให้ลูกเจอกับความท้าทายแบบเดียวกับคุณเคยเจอ และคุณก็คงไม่อยากให้ลูกเจอปัญหานั้นในเวลาที่พวกเขายังเด็กเกินไป เพราะฉะนั้น ถามตัวเองว่า “เราส่งเสริมให้เด็กตามหาสิ่งที่เขาคิดว่าสำคัญสำหรับเขาได้หรือไม่? และอาจจะสำคัญกว่านั้น หากเราสามารถจะเรียนรู้อะไรจากพวกเขาได้เช่นกัน?”

 

ขอบคุณข้อมูลดีๆมีประโยชน์จาก inc.com

แปลจากบทความ http://www.inc.com/bill-murphy-jr/how-to-raise-highly-successful-kids-7-questions-to-ask-every-day.html



Supercamp


SuperCamp is the #1 summer camp for leadership, motivation & confidence


Join us!! Mar 20 – 26, 2016 – Click lifeskillsasia.com/supercamp


Life Skills Asia – Learn for Life

Tel : 098-826-1101

email : lifeskillscenter.lsc@gmail.com
FB : www.facebook.com/LifeSkillsAsia
Line@ : @lifeskillsasia.com
web : www.lifeskillsasia.com


Click this link to add Line @LifeSkillsAsia
http://line.me/ti/p/%40pvl4706b

(Visited 214 times, 1 visits today)

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *